#TheVoiceTH อ่าน…เข้าใจ…ไม่ดราม่า!

25 พฤศจิกายน 2014 by QueenPoupee

ตอนนี้ดราม่า ‪#‎TheVoiceTH‬ ในรอบ Knock Out กำลังเป็นประเด็นเยอะแยะมาก ในฐานะคนที่เคยผ่านเวทีนี้มาในปีที่แล้ว เป้เลยอยากเขียนอะไรให้ลองอ่านกันเพลิน ๆ ค่ะ เผื่อจะเข้าใจและไม่ดราม่ากัน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจ Concept ของรายการก่อน The Voice ไม่ใช่รายการ Talented Show แต่เป็นรายการโทรทัศน์ที่มีรูปแบบเป็น Game Show ประเภทหนึ่ง โดยเอาคนร้องเพลงดีจำนวนหนึ่ง มาเป็นหมากให้คนสี่คนจัดการตามความชอบและรสนิยมของสี่คนนั้น พอพูดเรื่องความชอบและรสนิยม มันก็พูดเรื่องถูกผิดชัดเจนไม่ได้แล้ว ก็ชั้นมีรสนิยมแบบนี้ ชั้นชอบของชั้นแบบนี้ รายการให้สิทธิ์ชั้นมาแบบนี้ ชั้นจะเลือก!

ทีนี้พอมันเป็นรายการโทรทัศน์ คนทำจำเป็นจะต้องคำนึงถึงเรตติ้ง ซึ่งองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของการได้มาซึ่งเรตติ้งสูง ๆ คือการเข้าถึงคนหมู่มาก การจะเข้าถึงคนหมู่มากทำได้ยังไง ก็คือต้องเลือกเพลงที่คุ้นหู คนดูรู้จัก ซึ่งถ้าเกิดคนร้องทำให้เพลงนั้นเป็นเพลงของตัวเองได้มากเท่าไหร่ มันก็จะถูกพูดถึงมาก เพราะมันเป็นการรับรู้สิ่งที่คนส่วนใหญ่รู้จักอยู่แล้วในรูปแบบที่แปลกใหม่ขึ้น ปีที่แล้วโปรดิวเซอร์รายการแจ้งให้ทราบตั้งแต่แรกแล้วค่ะว่ารายการจำเป็นจะต้องอิงกระแสความ Mass บางคนที่ผ่านรอบ Pre-Audition เข้ามาด้วยเพลงสากล บางทีอาจจะต้องเปลี่ยนไปร้องเพลงไทย แต่ขอให้เชื่อมือทีม Music Director ว่าทีม MD จะเลือกเพลงให้ทุกคนดีในมาตรฐานของคนแข่งแน่นอน

p186gt39qk793h3bb1313g1k7d3

ตอนคุยกับทีม MD ที่เค้าเลือกเพลงมาให้ ถ้าคิดว่าถ้าเพลงที่เค้าเลือกมาให้ร้องรอบบลายด์ไม่โอเค ก็แสดงความยืนยันไปเลยว่าไม่ค่ะ อย่างปีแรก เพื่อนเป้คนหนึ่งก็ปฏิเสธเพลงที่ทีม MD เลือกมาให้ด้วยเหตุผลว่า “หนูไม่คิดว่าร้องเพลงแบบนี้แล้วโค้ชจะกดค่ะ” ซึ่งพอนางเลือกเพลงที่นางอยากร้องโดยเพลงนั้นอยู่บนเงื่อนไขของรายการ มันก็ลงตัว โค้ชหัน และนางก็ผ่านบลายด์ไปสวย ๆ ส่วนเพลงที่เค้าเลือกให้นางตอนแรก พอเอาไปให้คนอื่นร้องก็ไม่มีโค้ชกด ที่เล่าเรื่องนี้เพราะอยากให้เข้าใจว่า โดยพื้นฐานของทีม MD เค้าเป็นนักดนตรี วิธีคิดของนักดนตรีกับนักร้องมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง คือ นักดนตรีส่วนใหญ่มักจะมองภาพรวมโดยมองว่าเสียงของนักร้องเป็น Instrument อย่างหนึ่งของวง แต่นักร้องส่วนใหญ่จะมองว่าตัวเองเป็น Front ของวง เป็นจุดจับจ้อง นักดนตรีเล่นผิด บางทีรู้กันเองแต่คนฟังทั่วไปที่ไม่ใช่คนที่สนใจดนตรีก็ไม่รู้หรอก แต่ถ้านักร้องร้องไม่เด่นหรือร้องผิด คนฟังทั่วไปจะมีปฏิกิริยาตอบสนองทันที ดังนั้น การเลือกเพลงของนักร้องกับนักดนตรีจึงอาจจะมาจากมุมมองและเหตุผลที่แตกต่างกัน ซึ่งในมุมของคนแข่ง ถ้าเรามีความเชื่อมั่นแน่วแน่ในความคิดของเราก็แสดงออกไปเลยว่าทำไมเราถึงไม่โอเคกับเพลงที่นักดนตรีเลือกมา เป้ว่าทีม MD เค้ารับฟังอยู่แล้ว พี่ ๆ เค้าใจดีจะตายไป

รอบแบทเทิล นอคเอาท์ และ Live นั้น เป็นรอบที่โค้ชเข้ามามีบทบาท เราไม่รู้ว่าเพลงที่ได้รอบแบทเทิลโค้ชเป็นคนเลือกเอง หรือทีม MD เลือก และเลือกจากอะไร แต่เป้ว่ามันเป็นบททดสอบที่ดีของนักร้องที่จะต้องร้องเพลงตามโจทย์ เพราะในความเป็นจริง นักร้องอาชีพต้องเจอเหตุการณ์ที่ต้องร้องเพลงที่ไม่อยากร้องเลย แต่ก็ต้องร้องมันออกมาให้ดีให้เพราะให้ได้ ซึ่งโอเคแหละ ในรอบนี้มันก็อาจจะมีปัจจัยหลายอย่างในการทำงานที่เราซึ่งเป็นคนแข่งไม่มีอำนาจในการต่อรองเท่าไหร่หรอก ก็จำต้องยอมรับกันไป (ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรหรอกค่ะ แต่เป้ขอไม่ลงรายละเอียด อยากรู้ ปีหน้ามาลองแข่งเอง สนุกน้า ^^) แต่สิ่งที่เราทำได้แน่ ๆ คือหาจุดเชื่อมระหว่างเรากับคู่แบทเทิลเพื่อร้องเพลงที่ได้รับมอบหมายมาให้ออกมาดีที่สุดในแบบของเรากับคู่แบทเทิล

TGR_0612

สำหรับรอบนอคเอาท์ ทีมงานจะให้เราลิสต์เพลงที่อยากร้องมาจำนวนหนึ่งแล้วโค้ชและทีม MD จะเป็นคนเลือกจากเพลงที่เราลิสต์มา ซึ่งในกรณีนี้ คงไม่ต้องหาเหตุผลว่าเลือกเพลงจากอะไร เพราะมันเป็นสิ่งที่คนแข่งเป็นคนเลือก มันมาจากไอเดียของเรา โค้ชและทีมงานอาจจะดูจากความเหมาะสมของเงื่อนไขรายการ ถ้าโค้ชอยากเพิ่มเติมอะไร เค้าจะเพิ่มให้ แต่ถ้าสิ่งที่เค้าบอกเรารู้สึกไม่โอเคก็บอกเค้า หรือถ้ามีไอเดียอะไรเสนอก็เสนอไป สิ่งที่เป้ยืนยันได้คือโค้ชทุกคนฟังความเห็นของลูกทีมเสมอ อันนี้รวมถึงกรณีที่โค้ชเป็นคนเลือกเพลงให้ด้วยนะคะ เค้าอาจจะมีเหตุผลอื่น ๆ มาโน้มน้าว มาง้าง มาค้านเราตามสิ่งที่เค้ามองไว้ แต่ท้ายที่สุด มันก็อยู่ที่เราอยู่ดีนั่นแหละค่ะว่าจะเลือกยอมคล้อยตามหรือยืนยันความคิดของตัวเองในแต่ละเรื่อง

แต่เรื่องผลการตัดสินนั้นเป็นอีกเรื่อง เป้อยากให้ย้อนกลับไปดูย่อหน้าแรก ๆ ด้านบน มันเป็นเรื่อง “ความชอบและรสนิยม” ค่ะ คือเป้ตอบไม่ได้หรอกว่ารายการมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรจริงมั้ยในการเลือก ล็อคหรือเปล่า โค้ชมีอคติอะไรกับคนแข่งหรือเปล่า ฯลฯ ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ แต่เป้ว่า ด้วยเงื่อนไขที่ให้โค้ชเลือกด้วยความชอบและรสนิยม ก็น่าเป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วในการที่เค้าจะเลือกใครไม่เลือกใคร 555

p186gt88amgfk4dl1q91uggqdf3

ถ้าอ่านแล้วเข้าใจก็อย่าดราม่ากันเลยนะคะ ถึงคนที่เชียร์จะตกรอบ แต่เค้าก็ยังได้ใจคุณไปไม่ใช่เหรอ สำหรับตัวคนแข่งเองก็ไม่ต้องเสียใจ ชื่อเสียงที่ได้มาจากรายการมันก็มีเวลาของมัน ท้ายที่สุด สิ่งที่จะทำให้คนแข่งอยู่ในสายอาชีพนักร้องต่อไปได้ยาวนานหรือไม่ก็คือเรื่องพื้นฐานของคนจะมาเป็นนักร้องนั่นแหละค่ะ

“ฝีมือ ทัศนคติที่ดี และวินัยในการทำงาน”

ปูเป้ ภาณุนาถ
The Voice Thailand Season 2

Tags: , ,

มี 1 ความคิดเห็น

  1. iNattt iNattt พูดว่า:

    เฮ้ยเยี่ยมมากเลยอันนี้ พี่ขอยืนขึ้นปรบมือ

Leave a Reply